ดอกกะตังใบ

ดอกกะตังใบ

 

กะตังใบ เป็นไม้พุ่มสูง ออกดอกเป็นช่อตั้งขึ้น ตามซอกใบ ก้านช่อดอก ดอกย่อยสีเขียวอ่อน มีจำนวนมาก ดอกตูมรูปทรงกลมสีแดงเข้มพอบานมีสีขาว กลีบเลี้ยงเชื่อมติดกัน ที่โคน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่กับหลอดเกสรเพศผู้ ปลายอับเรณูจะโผล่พ้นหลอดออกไปเป็นแฉกมนๆ ปลายแฉกเว้า เกสรเพศเมียมี 6 ช่อง แต่ละช่องมีไข่ 1 เมล็ด ก้านเกสรสั้น ปลายมน ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน

 

 

ชื่อวิทยาศาสตร์: Leea indica (Burm. f.) Merr.

ชื่อสามัญ: Bandicoot Berry, Common tree-vine

ชื่ออื่น: คะนางใบ (ตราด) ช้างเขิง (เงี้ยว) ดังหวาย (นราธิวาส) ตองจ้วม ตองต้อม (ภาคเหนือ) บังบายต้น (ตรัง)

วงศ์: VITACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ต้น ไม้พุ่มสูง สูงประมาณ 7 เมตร กิ่งโปร่ง สีเขียวอมน้ำตาล

ใบ ใบประกอบ 1-3 ชั้น ใบประกอบย่อยมีได้ถึง 4 คู่ ใบย่อยรูปไข่ แกมรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ปลายมน โคนมนหรือป้าน ขอบจักซี่ฟัน แผ่นใบสีเขียวเข้ม หูใบรูปไข่กลับ ยาวประมาณ 6 เซนติเมตร

ผล กลม แป้น ผิวบาง มีเนื้อนุ่ม ผลอ่อนมีสีเขียวพอแก่จัดมีสีแดงเข้มจนถึงสีม่วงดำ

 

 

ข้อมูลทั่วไป

มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบตั้งแต่อินเดียถึงออสเตรเลีย และหมู่เกาะแปซิฟิก ในไทยพบทุกภาค ขึ้นหลากหลายสภาพป่า


 

การปลูกเลี้ยง

ดินร่วน ต้องการน้ำปริมาณปานกลาง แสงแดดมาก ถึง แดดรำไร

การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด ปักชำ

การใช้ประโยชน์

นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ ผลรับประทานได้ มีสรรพคุณทางยา

 

ที่มาข้อมูล: https://data.addrun.org/

 

ภาพถ่ายโดย:
ครูเจี๊ยบ OPPY CLUB

Visitors: 67,294