ReadyPlanet.com
dot
dot
รู้จักชมรม
dot
bulletบทสัมภาษณ์
bulletจากใจสมาชิก
dot
มุมกิจกรรม / ฝึกอบรม
dot
bulletMacBook
bulletiPad, iPhone, Android
bulletถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ
bulletตารางฝึกอบรม
bulletดาวน์โหลดฟรีแวร์
dot
มุมเล่าสู่กันฟัง
dot
bulletครูเจี๊ยบ...พาเที่ยว
bulletข้อคิด...คำคม
bulletสาระน่ารู้
bulletรักษ์สุขภาพ
dot
มุมเช็คเมล์
dot
bulletCSLoxInfo
bulletYahoo Mail
bulletHotmail
bulletGmail
dot
มุมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletหนังสือพิมพ์
bulletตลาดหลักทรัพย์
bulletSETTRADE.COM
bulletททท. (การท่องเที่ยวฯ)
bulletHobby House Bangkok
bulletคลินิคสุขภาพเพื่อคนไทย
bulletเส้นทางรถไฟฟ้า BTS
bulletรถไฟฟ้ามหานคร
bulletเกมส์
bulletGoogle
bulletPantip
bulleteBay
bulletสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
bulletตรวจสลากออมทรัพย์ทวีสิน
bulletเกมส์ฝึกทักษะสำหรับเด็กๆ


www.loxley.co.th
OPPYCLUB
OPPY Club Facebook


การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม article

 

ข้อแนะนำ สำหรับผู้ป่วยที่ทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

เป็นการผ่าตัดในผู้ป่วยที่มีข้อเข่าเสื่อม ซึ่งเปลี่ยนเฉพาะผิวของกระดูกที่ประกอบกันเป็นข้อเข่า คือ กระดูกส่วนจากต้นขา และกระดูกจากส่วนหน้าแข้ง และผิวของกระดูกสะบ้า โดยที่ส่วนของกระดูกทั้งหมดยังคงอยู่ครบตามปกติ กระดูกส่วนที่เอาออกมานี้ คือ ส่วนผิวกระดูกซึ่งสึกหรอหรืออักเสบจนมีผิวกระดูกอ่อนเสียไปแล้วและมักจะมีผิวขรุขระไม่เรียบจนเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บจนทนไม่ไหวและตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดในที่สุด หลังจากที่แพทย์เอาผิวกระดูกออกไปแล้ว จะทำการแต่งกระดูกให้ได้มุมรับกับผิวข้อเทียมที่จะใส่เข้าไปใหม่ แล้วจึงใส่ข้อเทียมเข้ากับกระดูก โดยส่วนใหญ่แพทย์มักใช้สารยึดกระดูก (หรือซีเมนต์สำหรับกระดูก ซึ่งก็คล้ายๆ กับวัสดุที่ทันตแพทย์ใช้ในการอุดฟัน) เพื่อให้เกิดการยึดระหว่างข้อเทียมกับกระดูก ซึ่งเมื่อสารนี้ แข็งตัวดีแล้วจะมีความแข็งแรงมาก มีความทนทานยาวนาน ทำให้ผู้ป่วยสามารถเดินลงน้ำหนักได้อย่างไม่ต้องกังวลใจได้ทันทีภายหลังจากการผ่าตัด

อาการที่ผู้ป่วยมาพบแพทย์

  • ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาด้วยอาการปวด, ขัด และหรือบวมของข้อเข่า
  • ข้อเข่าโก่งผิดรูป
  • การเคลื่อนไหวของข้อผิดปกติ

กลุ่มโรคซึ่งทำให้เกิดอาการดังกล่าว ได้แก่

  • โรคข้อเข่าเสื่อมจากอายุ
  • โรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น รูมาตอยด์, เก๊าท์, เอสแอลอี เป็นต้น
  • โรคข้อเสื่อมจากเคยมีกระดูกหักหรือเหตุต่างๆ ของข้อมาก่อน

ข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัด

เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยสามารถทำให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดทรมาน สามารถเดิน ขึ้นและลงบันไดได้ดีขึ้น ระยะทางที่เดินได้ไกลมากขึ้น รวมถึงรูปร่างของข้อเข่าดูสวยงามขึ้น แต่เนื่องจากข้อเข่าเทียมมีอายุใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ สิบกว่าปี แล้วจะหลุดหลวม ซึ่งจำเป็นต้องทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อใหม่อีกครั้ง จึงมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมดังนี้ ผู้ป่วยสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปที่มี โรคข้อดังกล่าวในระยะปานกลางและท้าย ซึ่งมีอาการปวด, ขัด มาก รักษาโดยใช้วิธีทานยา, กายบริหาร, ใส่เครื่องช่วยพยุง และจำกัดกิจกรรม แล้วไม่ได้ผล

อาการข้อเข่าโก่งผิดรูป หรือเหยียดงอได้น้อยกว่าปกติ ที่ตรวจพบว่าเกิดร่วมกับข้อเสื่อม และมีอาการปวด, ขัด

ผู้ป่วยอายุน้อย ตั้งแต่ 60 ปีลงมาที่มี โรคข้อเสื่อมมาจากเคยมีกระดูกหักหรือเหตุต่างๆ ของข้อมาก่อน ที่มีอาการปวด, ขัดเป็นมาก รักษาวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล และไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

โรคข้ออักเสบต่างๆ เช่น รูมาตอยด์, เก๊าท์, เอสแอลอี เป็นต้น ที่มีอาการปวด, ขัด เป็นมาก รักษาวิธีอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล

ข้อห้ามการทำผ่าตัดข้อเข่าเทียม ได้แก่

  1. ข้อเข่าอักเสบติดเชื้อ
  2. ข้อเข่าเสื่อมแบบมีความผิดปกติของการรับรู้อาการปวด

การประเมินผู้ป่วย

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจข้อเข่า โดยการตรวจดูรูปร่าง ความบวม ความอุ่นอักเสบ บริเวณที่ปวด การสัมผัสระหว่างกระดูกสะบ้า และกระดูกข้อหัวเข่า ตรวจการเคลื่อนไหวโดยจับข้อเข่าเหยียดและงอจนสุด ตรวจการแกว่งของข้อเข่าไปด้านในและด้านนอก จากนั้นแพทย์ประเมินความเสื่อมสภาพของข้อร่วมกับการประเมินจากภาพถ่ายเอกซเรย์ ของข้อเข่าด้านหน้า ด้านข้างและท่าเฉพาะสำหรับดูการสัมผัสของลูกสะบ้าในผู้ป่วยบางราย

หลังจากประเมินผู้ป่วยแล้ว แพทย์จะพิจารณาว่าผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ที่เหมาะสมในการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมหรือไม่ หากมีความเหมาะสมก็จะทำการผ่าตัดผู้ป่วยต่อไป

การเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการผ่าตัด

การเตรียมตัวทั่วไป

ผู้ป่วยต้องได้รับการประเมินจากอายุรแพทย์ เพื่อให้ทราบว่าสภาพทั่วไปของร่างกายแข็งแรงพอที่ทนต่อการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งมีระยะเวลาผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง และอาจต้องเสียเลือดประมาณ 300-900 ซีซี ได้

การเตรียมตัวเกี่ยวกับการผ่าตัดข้อเข่า

ผู้ป่วยควรฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าให้แข็งแรงล่วงหน้า เพื่อช่วยให้ผลของการผ่าตัดดีและสามารถมีพัฒนาการสู่การเดินแบบปกติได้โดยเร็ว โดยการนั่งบนเก้าอี้ แล้วเหยียดข้อเข่าตรงและเกร็งค้างไว้เป็นเวลาประมาณ 10-15 วินาที แล้วจึงคลายและงอข้อเข่าลง การทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการบริหารกล้ามเนื้อ 1 ครั้ง ผู้ป่วยควรฝึกการบริหารดังกล่าว ทุกวัน โดยบริหารวันละ 100-200 ครั้ง

การวางยาสลบสามารถใช้ได้ทั้งวิธีวางยาสลบให้หมดความรู้สึก หรือฉีดยาเข้าไขสันหลังก็ได้ แผลผ่าตัดจะอยู่ด้านหน้าของข้อเข่ายาวประมาณ 15-20 เซนติเมตร หลังจากการผ่าตัดมักจะมีอาการปวดบริเวณผ่าตัดมากอยู่ 48 ชั่วโมง ทั้งนี้แพทย์จะให้ยาระงับอาการปวดอย่างเต็มที่ในขณะ 48 ชั่วโมงนี้ หลังจากการผ่าตัดจะมีสายสำหรับให้เลือดที่คั่งค้างอยู่ในแผลไหลออกสู่ขวด ซึ่งแพทย์มักเอาออกใน 24-48 ชั่วโมง ผู้ป่วยจะเริ่มหัดเดินโดยลงน้ำหนักบนเท้าข้างที่ทำผ่าตัดได้ โดยประมาณตั้งแต่วันที่ 2-5 หลังจากการผ่าตัดเป็นต้นไป

ในระยะแรกหลังจากการผ่าตัดเข่าจะบวมและอุ่น อาการบวมมักจะหายไปภายใน 3 เดือน ส่วนอาการเข่าอุ่น จะเข้าสู่ปกติประมาณ 6-12 เดือนหลังจากผ่าตัด ผู้ป่วยอาจมีอาการชาบริเวณด้านนอกของแผลผ่าตัดได้ โดยทั่วไปประมาณ 3-6 เดือนบริเวณที่ชาเล็กลงจนไม่เป็นที่รำคาญ ผู้ป่วยมักรู้สึกว่าผลของการผ่าตัดดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังจากการผ่าตัดประมาณ 6-12 สัปดาห์ เป็นต้นไป อนึ่งผู้ป่วยควรทราบว่า หลังจากการผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยอาจได้ยินเสียง คลิก เกิดขึ้นได้ในขณะเหยียดหรืองอข้อเข่า ซึ่งถือว่าเสียงนี้เป็นเสียงปกติ

หลังจากการผ่าตัด

ผู้ป่วยนอนราบบนเตียง โดยแพทย์จะคาสายสวนปัสสาวะไว้ประมาณวันที่ 2-3 หลังจากการผ่าตัด แพทย์จะให้ลุกนั่งห้อยขาข้างเตียง ซึ่งมักจะทำให้ข้อเข่างอได้ประมาณเกือบ 90 องศา และให้ผู้ป่วยฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า โดยการให้เหยียดเข่าเกร็งตรงเป็นเวลา 10 วินาทีแล้วคลายลง ทำเช่นนี้บ่อยๆ (เท่าที่สามารถทำได้) ทั้งขณะนอนหงายบนเตียงและขณะนั่งห้อยขาข้างเตียง จากนั้นให้ผู้ป่วยเดินลงน้ำหนักโดยใช้เครื่องช่วยเดิน เริ่มจากวันละประมาณ 15-20 นาที โดยเพิ่มขึ้นตามความสามารถของผู้ป่วยพร้อมๆ กับการฝึกการเหยียดและงอข้อเข่า

ผู้ป่วยมักได้รับอนุญาตให้กลับบ้านประมาณ 5-10 วันหลังจากการผ่าตัด โดยก่อนกลับบ้านควรงอข้อเข่าได้อย่างน้อย 90 องศา อาการทั่วไปไม่มีไข้ และเดินได้ดีพอควร

การดูแลและปฏิบัติตัวในระยะยาว

เพื่อให้การใช้งานของข้อเทียมมีความยืนยาวนานที่สุด ผู้ป่วยควรมีวิธีปฏิบัติตัวที่เหมาะสมดังนี้

การมาพบแพทย์

  1. ให้มาตามนัดเสมอ
  2. มาเป็นกรณีพิเศษเมื่อเกิดความผิดปกติต่อไปนี้

               • มีอาการปวดหรือบวมหรือขัดผิดปกติขึ้นมาใหม่

               • มีบาดแผลบริเวณเข่ารวมถึงขาข้างที่ผ่าตัด

               • ความผิดปกติอื่นๆ ที่ทำให้กังวลใจ

               • การรับยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

        3. ควรแจ้งให้แพทย์ ทันตแพทย์ทราบว่ามีข้อเทียมอยู่ ในกรณี

               • ทำฟัน

               • เมื่อมีการอักเสบติดเชื้อที่ต่างๆ ของร่างกาย

               • การทำหัตถการทางการแพทย์ต่างๆ ที่ต้องเจาะเข้าเส้นเลือด

สิ่งที่ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมควรระมัดระวัง

  1. การมีกิจกรรมประจำวันที่มาก และหนักเกินไปเช่น วิ่ง หรือกระโดดอยู่เป็นประจำเพราะทำให้ข้อหลุดหลวมหรือแตกหักได้
  2. ควรบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อ และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  3. ควรมาพบแพทย์ตามนัดเสมอ เพราะแพทย์อาจช่วยให้ทราบความผิดปกติที่เกิดขึ้นแต่เนิ่นๆ ได้
  4. กิจวัตรประจำวันที่เหมาะสม คือ

               • หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

               • หลีกเลี่ยงการขึ้น-ลงบันไดที่บ่อยเกินไป

               • ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม คือไม่อ้วน

               • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬา ชนิดมีการกระโดด เช่น การวิ่ง การเล่นสกี เป็นต้น

               • หลีกเลี่ยงการหมุนบิดขาอย่างรวดเร็ว

               • หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆ หรือนั่งเตี้ยๆ

 

 

(ที่มา : กลุ่มงานสุขศึกษา ร่วมกับ กลุ่มงานศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี)




รักษ์สุขภาพ

การลุกขึ้นยืนอย่างปลอดภัยในผู้สูงอายุ article
ท่านั่งที่ถูกต้อง...ผู้สูงอายุชีวิตราบรื่น article
การป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ article
นิ่ว ในทางเดินปัสสาวะ article
การดูแลระวังรักษาเท้าผู้เป็นเบาหวาน article
การกายภาพบำบัดในคนไข้มะเร็งเต้านมหลังผ่าตัด article
การปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง article
การดูแลตนเองเมื่อได้รับการผ่าตัด article
ไส้เลื่อน article
หน้ากากอนามัยแบบไหนปลอดภัยจากไวรัส article
ชีวิตสดใสในวัยทอง article
โรคหลอดเลือดสมองป้องกันได้ article
ความดันโลหิตสูง article
โรคกระดูกพรุน (โรคกระดูกบาง โรคกระดูกผุ) article
ปวดหลัง article
ข้อเข่าเสื่อม article
ความเครียดจัดเป็นตัวร้าย ทำให้มะเร็งยิ่งเจริญเติบโต article
กินข้าวกล้องป้องกันโรคหัวใจ ช่วยทำให้อิ่มเร็วไม่เกิดพุงป่อง article
หมอชาตรีเตือนท่านชายกินเหล้ามากระวังมะเร็งตับ
โรคจากการทำงาน article
วัยสูงอายุ...สูงวัย แบบสดใส article
ระวัง! มะเร็งเต้านม ด้วยมือคุณเอง article
การปฏิบัติตัวและการบริหารสำหรับอาการปวดหลัง (ตอนที่ 2) article
การปฏิบัติตัวและการบริหารสำหรับอาการปวดหลัง (ตอนที่ 1) article
การปฏิบัติตัวในวัยหมดประจำเดือน article
อาการข้างเคียงของฮอร์โมนทดแทน article
ฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน article
เตรียมพร้อมเข้าสู่วัยทอง article
การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน article
คุณเข้าสู่ภาวะขาดฮอร์โมนเพศชายหรือยัง? article
ทำไมฮอร์โมนเพศชายจึงลดลง ? article
การบริหารร่างกายในผู้ป่วยผู้สูงอายุ article
การตรวจสุขภาพที่แนะนำว่า "จะทำหรือไม่ทำก็ได้" article
การตรวจสุขภาพที่ "ควรทำ" ทุกเพศทุกวัย (ทุกๆ 1- 3 ปี) article
การตรวจสุขภาพที่แนะนำว่า "น่าจะทำ" article
ไขมันในเลือด article
สมองเสื่อม article
ต้อกระจก article
การรักษาโรคตาแห้ง article
โรคตาแห้ง (Dry Eyes) article
ใส่ใจดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงวัย article
จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณตา..คุณยายเป็นอัลไซเมอร์? article
การบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ article
เคล็ดลับการถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์ article
ดวงตาน่าถนอม (2) article
ดวงตาน่าถนอม (1) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
OPPY CLUB, Loxley Public Co., Ltd.
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 102 ถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-348-8973, 02-348-8974, 02-348-8975, มือถือ 089-139-9778, E-mail: info@happyoppy.com
Facebook: www.facebook.com/OPPYClub LINE ID: oppyclub