ReadyPlanet.com
dot
dot
รู้จักชมรม
dot
bulletบทสัมภาษณ์
bulletจากใจสมาชิก
dot
มุมกิจกรรม / ฝึกอบรม
dot
bulletMacBook
bulletiPad, iPhone, Android
bulletถ่ายภาพด้วยกล้องมือถือ
bulletตารางฝึกอบรม
bulletดาวน์โหลดฟรีแวร์
dot
มุมเล่าสู่กันฟัง
dot
bulletครูเจี๊ยบ...พาเที่ยว
bulletข้อคิด...คำคม
bulletสาระน่ารู้
bulletรักษ์สุขภาพ
dot
มุมเช็คเมล์
dot
bulletCSLoxInfo
bulletYahoo Mail
bulletHotmail
bulletGmail
dot
มุมเว็บไซต์ที่น่าสนใจ
dot
bulletหนังสือพิมพ์
bulletตลาดหลักทรัพย์
bulletSETTRADE.COM
bulletททท. (การท่องเที่ยวฯ)
bulletHobby House Bangkok
bulletคลินิคสุขภาพเพื่อคนไทย
bulletเส้นทางรถไฟฟ้า BTS
bulletรถไฟฟ้ามหานคร
bulletเกมส์
bulletGoogle
bulletPantip
bulleteBay
bulletสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
bulletตรวจสลากออมทรัพย์ทวีสิน
bulletเกมส์ฝึกทักษะสำหรับเด็กๆ


www.loxley.co.th
OPPYCLUB
OPPY Club Facebook


การดูแลตนเองเมื่อได้รับการผ่าตัด article

ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด ควรทราบวิธีการดูแลตนเองก่อนและหลังการผ่าตัด เพื่อลดความวิตกกังวลและป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

    • งดรับประทานอาหารและเครื่องดื่มน้ำทุกชนิดอย่างน้อย 6 – 8 ชม. เพื่อป้องกันปัญหาการสำลักเศษอาหารระหว่างการให้ยาระงับความรู้สึก
    • ทำความสะอาดร่างกาย เช่น อาบน้ำ สระผม ล้างสีเคลือบเล็บมือ เล็บเท้าและงดทาลิปสติก เพื่อแพทย์สามารถตรวจสอบภาวะซีดขณะผ่าตัดได้
    • ถอดสิ่งของมีค่าเครื่องประดับทุกชนิด เช่น แหวน กิ๊บ สร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู แว่นตา คอนแทคเลนส์ รวมทั้งของเทียมต่างๆ ที่สามารถถอดได้ เช่น ฟัน ตา แขน ขาเทียม เป็นต้น
    • ถ่ายปัสสาวะ อุจจาระให้เรียบร้อยก่อนเข้าห้องผ่าตัด
    • เปลี่ยนเสื้อผ้าหรือใส่เสื้อผ้าที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ โดยไม่ต้องใส่เสื้อชั้นในและกางเกงใน
    • พักผ่อนให้เพียงพอ ทำใจให้สบาย

ถ้ามีประวัติการเจ็บป่วยทั้งปัจจุบันและอดีตเกี่ยวกับโรคประจำตัว การใช้ยา การแพ้ยา กรุณาแจ้งพยาบาลหรือแพทย์ทราบทันที

สภาพหลังผ่าตัด

    • หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะได้รับการดูแลในห้องพักฟื้นประมาณ 1 – 2 ชม. มีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย เมื่อฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก จึงย้ายกลับมาห้องพัก
    • บริเวณที่ทำผ่าตัดอาจมีสายยางจากแผลหรือข้างแผลเพื่อระบายเลือดและของเหลวออกจากแผล ห้ามผู้ป่วยดึงสิ่งเหล่านี้ออกเอง และถ้าปวดแผลควรแจ้งพยาบาลเพื่อขอยาระงับปวด นอกจากยายังมีวิธีช่วยหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนท่านอน การทำจิตใจให้สบาย การอ่านหนังสือ พูดคุย เป็นต้น
    • เมื่อแผลแห้งและติดดี แพทย์จะนัดตัดไหมภายใน 5 – 14 วัน หากคันแผลไม่ควรแกะหรือเกา ถ้าคันมากควรแจ้งพยาบาลทราบ

การปฏิบัติตัวภายหลังการผ่าตัด

หายใจเข้าออกลึกๆ อย่างถูกวิธีจะทำให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยต้องการยาระงับปวดน้อยลงและสามารถทำได้ทันทีเมื่อรู้สึกตัว ดังนี้

    • นอนหงายราบชันเข่า 2 ข้าง
    • วางมือบนหน้าท้องหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกจนท้องโป่ง ทำให้ดันมือสูงขึ้น ซึ่งจะทำให้กระบังลมลดลงต่ำ ปอดขยายตัวได้เต็มที่แล้วกลั้นหายใจประมาณ 3 วินาที
    • หายใจออกทางปากช้าๆ หายใจออกให้เต็มที่จนมือที่วางตรงหน้าท้องลดลงต่ำ อากาศจะถูกขับออกทางปอดมากที่สุด ควรทำบ่อยๆ ประมาณ 8 – 10 ครั้ง สลับการหายใจธรรมดา 10 ครั้ง ทุก 2 ชม. สามารถทำได้ในท่านอน นั่งและยืน

การไออย่างมีประสิทธิภาพ  จะช่วยลดเสมหะจากหลอดลมและปอด ป้องกันปอดแฟบและปอดอักเสบ 

    • การไอ นอนหงายบนเตียง ชันเข่ากอดหมอนให้แนบชิดแผลผ่าตัด
    • หายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก เมื่อหายใจออกให้กระแอมไปด้วย (อย่าเพิ่งไอ) ทำซ้ำๆ จนรู้สึกชินต่อการเกร็งตัวของหน้าท้องขณะกระแอม
    • ตามด้วยการหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้ง เมื่อหายใจออกให้เริ่มด้วยการไอเบาๆ ก่อน สลับกับการกระแอมหรือขากเสมหะ

ข้อห้าม ผู้ที่ทำผ่าตัดเกี่ยวกับหู ตา คอ และไส้เลื่อน งดการปฏิบัติในเรื่องการไออย่างมีประสิทธิภาพ

การเคลื่อนไหวร่างกายและการลุกนั่ง หลังผ่าตัดควรมีการเปลี่ยนท่านอน พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมงและลุกนั่งพร้อมทั้งเริ่มบริหารร่างกายทันทีเมื่ออาการดีขึ้น เพื่อป้องกันอาการต่างๆ ดังนี้

    • ป้องกันเสมหะคั่งค้างในปอดที่จะก่อให้เกิดปอดอักเสบ
    • ป้องกันการเกิดแผลกดทับ การอ่อนแรงของกล้ามเนื้อและการติดของข้อ ในรายที่มีการเคลื่อนไหวได้น้อย
    • กระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันท้องอืด แน่นท้อง

วิธีฝึกการตะแคง การนอนตะแคงขวาหรือซ้ายตามความถนัดของผู้ป่วย เช่น เริ่มจากนอนตะแคงขวาใช้มือซ้ายจับราวกั้นเตียงข้างซ้ายแล้วค่อยๆ ขยับตัวไปทางซ้ายจนใกล้ขอบเตียง แล้วจึงพลิกมาทางขวา การนอนตะแคงซ้ายทำลักษณะเดียวกันกับตะแคงขวา แต่ทำด้านตรงกันข้าม

วิธีฝึกการลุกนั่ง

    • ตะแคงตัวก่อน
    • ห้อยขาข้างเตียง มือยันพื้นเตียง
    • ใช้ข้อศอกช่วยรับน้ำหนักตัว
    • แล้วยันตัวลุกขึ้น

การรับประทานอาหาร เมื่อแพทย์อนุญาตให้รับประทานอาหารได้ในมื้อแรกควรรับประทานน้อยๆ ก่อน แล้วสังเกตว่ามีอาการแน่น อึดอัดท้องหรือไม่ วันต่อมาจึงเริ่มรับประทานอาหารตามปกติ โดยเฉพาะเมื่อกลับไปพักฟื้นที่บ้านต้องบำรุงร่างกายมาก เพราะอาหารทำให้สุขภาพแข็งแรง โดยเฉพาะอาหารจำนวนเนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้ จะทำให้แผลหายเร็วขึ้น

การตรวจตามนัด ท่านจะได้รับใบนัด โดยมายื่นบัตรนัดและรอรับการตรวจที่ห้องตรวจตึกตรวจโรคผู้ป่วยนอก ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หลังกลับบ้าน อาการผิดปกติที่ต้องมาโรงพยาบาลก่อนเวลานัด ได้แก่ อาการแผลอักเสบ บวมแดง มีน้ำเหลืองไหลออกจากแผล มีไข้

 

(ที่มา : กลุ่มงานสุขศึกษา ร่วมกับ หอผู้ป่วยพิเศษศัลยกรรม (4/5) โรงพยาบาลปทุมธานี)




รักษ์สุขภาพ

การลุกขึ้นยืนอย่างปลอดภัยในผู้สูงอายุ article
ท่านั่งที่ถูกต้อง...ผู้สูงอายุชีวิตราบรื่น article
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม article
การป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะในผู้ป่วยที่คาสายสวนปัสสาวะ article
นิ่ว ในทางเดินปัสสาวะ article
การดูแลระวังรักษาเท้าผู้เป็นเบาหวาน article
การกายภาพบำบัดในคนไข้มะเร็งเต้านมหลังผ่าตัด article
การปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง article
ไส้เลื่อน article
หน้ากากอนามัยแบบไหนปลอดภัยจากไวรัส article
ชีวิตสดใสในวัยทอง article
โรคหลอดเลือดสมองป้องกันได้ article
ความดันโลหิตสูง article
โรคกระดูกพรุน (โรคกระดูกบาง โรคกระดูกผุ) article
ปวดหลัง article
ข้อเข่าเสื่อม article
ความเครียดจัดเป็นตัวร้าย ทำให้มะเร็งยิ่งเจริญเติบโต article
กินข้าวกล้องป้องกันโรคหัวใจ ช่วยทำให้อิ่มเร็วไม่เกิดพุงป่อง article
หมอชาตรีเตือนท่านชายกินเหล้ามากระวังมะเร็งตับ
โรคจากการทำงาน article
วัยสูงอายุ...สูงวัย แบบสดใส article
ระวัง! มะเร็งเต้านม ด้วยมือคุณเอง article
การปฏิบัติตัวและการบริหารสำหรับอาการปวดหลัง (ตอนที่ 2) article
การปฏิบัติตัวและการบริหารสำหรับอาการปวดหลัง (ตอนที่ 1) article
การปฏิบัติตัวในวัยหมดประจำเดือน article
อาการข้างเคียงของฮอร์โมนทดแทน article
ฮอร์โมนทดแทนในวัยหมดประจำเดือน article
เตรียมพร้อมเข้าสู่วัยทอง article
การให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทน article
คุณเข้าสู่ภาวะขาดฮอร์โมนเพศชายหรือยัง? article
ทำไมฮอร์โมนเพศชายจึงลดลง ? article
การบริหารร่างกายในผู้ป่วยผู้สูงอายุ article
การตรวจสุขภาพที่แนะนำว่า "จะทำหรือไม่ทำก็ได้" article
การตรวจสุขภาพที่ "ควรทำ" ทุกเพศทุกวัย (ทุกๆ 1- 3 ปี) article
การตรวจสุขภาพที่แนะนำว่า "น่าจะทำ" article
ไขมันในเลือด article
สมองเสื่อม article
ต้อกระจก article
การรักษาโรคตาแห้ง article
โรคตาแห้ง (Dry Eyes) article
ใส่ใจดูแลสุขภาพสมองของผู้สูงวัย article
จะรู้ได้อย่างไรว่าคุณตา..คุณยายเป็นอัลไซเมอร์? article
การบริหารกล้ามเนื้อตาแบบง่ายๆ article
เคล็ดลับการถนอมดวงตาเวลาใช้คอมพิวเตอร์ article
ดวงตาน่าถนอม (2) article
ดวงตาน่าถนอม (1) article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
OPPY CLUB, Loxley Public Co., Ltd.
บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 102 ถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร. 02-348-8973, 02-348-8974, 02-348-8975, มือถือ 089-139-9778, E-mail: info@happyoppy.com
Facebook: www.facebook.com/OPPYClub LINE ID: oppyclub